วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

IR (Institutional Repository) : )


                IR (Institutional Repository) 


                 IR (Institutional Repository) หมายถึง คลังเก็บทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีการจัดเก็บเป็นศูนย์รวม มีการสงวนรักษา และมีการจัดทำดัชนีที่ได้มาตรฐาน สามารถสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศเหล่านั้นได้ และเผยแพร่งานในรูปแบบดิจิทัลอันเป็นผลงานหรือผลผลิตของคณาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา หรือสมาชิกในประชาคมนั้น ๆ ซึ่งสมควรได้รับการจัดเก็บ และเผยแพร่ในรูปของดิจิทัล รวมทั้งการสงวนรักษาผลงานเหล่านั้นให้คงไว้ในระยะยาว และถือเป็นบทบาทหลักของมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย ในการเผยแพร่ผลงานต่าง ๆ เหล่านี้ (นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้สถาบันไปในตัวด้วยนะคะ lol)

                 ประโยชน์ของ IR 


                 1. ทำให้เกิดระบบการรวบรวม สงวนรักษา และเผยแพร่เนื้อหาทางวิชาการ                                                                                                                                
                 2. เป็นตัวชี้วัดของคุณภาพทางวิชาการของสถาบัน
                 3. เป็นการเก็บรักษาทรัพย์สินทางปัญญาในรูปดิจิทัล
                 4. ช่วยเป็นพื้นฐานของกระบวนทัศน์ใหม่ในการพิมพ์ผลงานทางวิชาการ
                 5. เป็นการสื่อสารทางวิชาการ
                 6. เป็นการสนับสนุนเรื่องการเข้าถึงโดยเสรี
                 7. เป็นการจัดการความรู้

                 คุณลักษณะที่สำคัญของ IR  

                         1. เนื้อหาที่เป็นดิจิทัล (Digital content)
                  2. การเน้นงานที่สร้างโดยสมาชิกของสถาบัน (Institutionally-defined)
                  3. เนื้อหาทางวิชาการ (Scholarly content) :  เน้นเนื้อหาทางวิชาการ  เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการเป็นคลังเก็บสารสนเทศระดับสถาบัน
                  4. การสะสมเพิ่มพูน และความยั่งยืน (Cumulative and perpetual)
                  5. การทำงานร่วมกันได้และการเข้าถึงแบบเปิด/แบบเสรี (Interoperable and open access) : มีการนำ Open Archives Initiative (OAI) มาใช้เพื่อเป็นแนวทางการกำหนดมาตรฐานสำหรับการเก็บรักษาในเชิงบันทึกถาวร และสามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนเมทาดาทาทำให้สามารถสืบค้น และเรียกใช้ข้อมูลข้ามระบบกันได้


                      เรื่อง IR ที่ได้นำมาลงในบล็อกในวันนี้ มีความเชื่อมโยงกับเรื่อง OA ในครั้งที่แล้วนะคะ : ) หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกๆคน ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมบล็อกนะคะ สวัสดีคะ : P

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

OA (OPEN ACCESS) ; ]







                OA หรือที่รู้จักกันในชื่อเต็มๆว่า Open Access (ส่วนใหญ่เค้าเรียกว่าอะไรกันนะ) คือ วารสารวิชาการที่มีการเปิดเผยเนื้อหา (บทความ) ในรูปแบบดิจิทัลที่เข้าถึงได้แบบออนไลน์ได้ฟรี ซึ่งกำลังได้รับความสนใจและมีบทบาทมากจากผู้ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 


         สืบเนื่องจากปัญหาที่สำคัญที่รับรู้กันทั่วไป คือ ราคาวารสารวิชาการมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะวารสารวิชาการในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ (STM) ที่ห้องสมุดทั่วโลกกำลังประสบปัญหาเรื่องงบประมาณที่มีจำกัดในการบอกรับวารสารวิชาการที่มีราคาสูงเหล่านั้น 





                  OA จึงได้รับความสนใจอย่างมาก จากทั้งผู้แต่ง ผู้เขียนบทความ(ใจดี)ที่ต้องการเผยแพร่ผลงานของตนเองออกไปสู่สาธารณชน นอกเหนือจากการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่มีราคาแพง และเข้าถึงได้ยากสำหรับห้องสมุด


                  ปัจจุบัน OA ถือเป็นผู้ช่วยหลักที่สำคัญในการเข้าถึงข้อมูล ความรู้ใหม่ในยุคสังคมสารสนเทศ และสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งห้องสมุดควรนำเอา OA มาปรับใช้ในห้องสมุด เพื่อให้ผู้ใช้ได้เข้าถึง สารสนเทศได้ง่ายขึ้น 
                                 


                นอกจากนนี้ห้องสมุดควรมีการประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ใช้สนใจค้นหาความรู้ผ่าน OA เพราะผู้ใช้ในประเทศไทยให้ความสนใจกับการใช้สารสนเทศจาก OA น้อยมาก (แม้แต่ตัวผู้เขียนเองยังได้สนใจใช้ OA ได้ไม่นานมานี้ บทความที่ดีๆก้อเยอะอยู่นะคะ) 


                                 
        แหล่งค้นหา OA (Open Access)


        Directory of Open Access Journals , DOAJ      จัดทำโดยห้องสมุด LUND
ประเทศสวีเดนรวบรวมรายชื่อ
วารสาร Open Access ในทุกสาขามากกว่า 2,700 รายชื่อ

         


        Google Directory      รวบรวมรายชื่อแหล่งข้อมูล Open access ถึง 53 แหล่ง




                   
                 ข้างต้นคือความสำคัญและตัวอย่างที่ยกมาให้ผู้อ่านทราบ หวังว่าบทความวันนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้ผู้อ่านสนใจ อยากจะลองเข้าไปหาอะไรดีดี (และฟรีด้วย) มาเก็บไว้ในเครื่อง หลังจากอ่านบทความนี้ : )  
                 สำหรับเรื่องต่อไปที่จพนำเสนอนั้นคือเรื่อง IR (Institutional Repository) แล้วพบกันใหม่ค่ะ ; )